วันที่ฉันอ่อนแอ...

posted on 27 Jul 2009 09:16 by qkiwkiw

นี่เป็นการเริ่มเขียน Blog ครั้งแรกในชีวิตก็ว่าได้ เหตุที่ต้องมาเขียนในครั้งนี้ไม่ต่างจาก 2 ครั้งที่ผ่านมา คืออาการที่ไปแอบชอบผู้หญิง ซึ่งมันน่าจะเป็นเรื่องปกติของคนทั่วไป แต่จะมีผู้หญิงไม่กี่คนนัก ที่เราอยากจะเขียนเรื่องราวที่เกิดขึ้นไว้เป็นความทรงจำ เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นกับตัวมา 2 ครั้งแล้ว ซึ่งมันก็ต่างกันไปตามวาระ ในครั้งนี้จะต่างกับ 2 ครั้งแรก คือการเลือกเขียนในไดอารี่ ครั้งนี้อยากทำอะไรที่พิเศษขึ้น ต้องเล่าก่อนว่า ครั้งแรกเป็นการแอบชอบแล้วได้เป็นแฟนกัน และครั้งที่ 2 แอบชอบแล้วเป็นแค่เพื่อนกัน ส่วนครั้งนี้ไม่มีใครตอบได้หรอก ตัวคนเขียนก็ต้องพยายามต่อไป และคงเป็นเพราะความไม่กล้าหรืออะไรก็ตามทำให้คนเขียนต้องพยายามหาทางระบายมันออกมา เพราะตอนนี้มันไม่รู้จะพูดกับใครดี การเขียนคงเป็นทางที่ดีที่สุดตอนนี้ เข้าเรื่องเลยแล้วกันเพราะเรื่องมันเกิดมาหลายวันแล้วเดี๋ยวจะลืม

....เรื่องนี้เพิ่งได้ไม่นานประมาณเดือนกรกฎาคม 52 นี้ ผมทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งนี้ ซึ่งก็ถือว่าองค์กรใหญ่พอสมควร และด้วยหน้าที่ที่รับผิดชอบผมต้องติดต่อกับผู้คนมากหน้าหลายตา หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ AE. ซึ่งที่ผ่านๆ มาผมได้รู้จักและพูดคุย รวมทั้งออกไปเที่ยวบ้างกับ AE. หลายคนอยู่ ก็จะมีทั้งหน้าตาดี และไม่ดีปะปนกันไป คนไหนหน้าตาดีเราจะชมกับเพื่อน  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะชอบ หรือประทับใจทุกคน ซึ่งตามความรู้สึกผมว่าตัวผมคงไม่สมควรไม่ยุ่งกับพวกเธอหรอก วันหนึ่งในเดือน ก.ค. ซึ่งก็จำไม่ได้ว่าเป็นวันไหน เป็นตอนพักกลางวันผมได้เจอกับผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาก็ถือว่าโอเคเลยสำหรับผม ผมมองเธอและถามเพื่อนว่าใคร แต่ก็ไม่มีใครรู้ ผมจึงไม่ติดใจอะไรคิดว่าเป็นลูกค้ามาติดต่องาน และอีกไม่กี่ผมก็ได้เจอเธออีก จึงได้รู้ว่าเธอทำงานที่เดียวกับผม ผมจึงเริ่มทำตัวเป็นนักสือและได้รู้ว่าเธอมาเป็น AE. ยุ่งแล้วล่ะซิ พอได้ยินก็ผ่อแล้ว ถึงจะผ่อแต่ก็มีแอบมองอยู่เรื่อยๆ จนมาถึงวันที่ 21 ก.ค. ใครจะรู้ว่าอยู่ดีๆ เพื่อนคนหนึ่งที่เป็น AE. เหมือนกันก็เรียกผมเข้าไปคุยผมก็ไปคุยโดยไม่รู้ตัวว่าเค้าคนนั้นได้นั่งอยู่ข้างหน้าผม จนเพื่อนผมเริ่มแนะนำให้ได้รู้จักกัน ต้องยอมรับเลยว่าอายมากๆๆ เพราะยังไม่ทันตั้งตัวแต่ก็ตอบและพูดคุยกันไป เพื่อนเริ่มมีเสียงแซวมาไกลๆ ผมก็กลัวว่าเค้าจะรู้ตัว แล้วเพื่อนตัวดีก็เดินหายไป ยังงี้เข้าเรียกว่างานเข้าหรือป่าว แล้วจะคุยอะไร เวลาผ่านไปผมเริ่มมองหาตัวช่วย ก็ได้เพื่อนคนเดิมเข้ามาช่วย คราวเพื่อนทำเรื่องอีกแล้ว เพราะมันไปกลับบ้าน... แล้วเราจะกลับยังไง(พวกเราทั้งบริษัทออกไปงานข้างนอกออฟฟิศ) เส้นทางก้ไม่เก่ง แท็กซี่แน่ๆ แล้วเพื่อนผู้หวังดีก็หันไปถามเธอผู้นั้นว่ากลับทางไหน พอคุยเรื่องเส้นทางกันเสร็จก็ได้ความว่าผ่านบ้านผมได้ แต่ผมก็บอกว่าไม่ต้องหรอกเกรงใจ(จริงๆ แล้วยังอายไม่เลิก) (โดนเพื่อนเอาบาทาสะกิดไป 2 ที) ก่อนที่จะหันไปตอบว่าก็ได้ นั่งรถไปนึกว่าบรรยากาศจะเงียบ แต่กลับผิดคราด เรา2 คนคุยกันไปตลอดทาง รู้สึกดีจัง ยิ่งคุยก็ยิ่งดี แต่เวลาความสุขมันช่างน้อยนิดจะถึงบ้านแล้ว ทำไงดี? หันแล้วถามว่าจะให้โทรไปถามไหมว่าถึงหรือยัง? (โธ่ๆ...เป็นคำถามที่โง่มาก) ทำไงได้มันคิดได้แค่นี้ เค้าบอกออกมาว่าไม่เปงไร ใกล้แค่นี้เอง งั้นก็ขอบคุณนะ ขับรถดีๆ แล้วกัน เดินยิ้มกลับไป ความสุขชั่วครู่ทำให้เรายิ้มได้ขนาดนี้เชียว คำถามต่อไปทำไงต่อ เบอร์ก็ไม่ได้ ขอก็ไม่กล้า กลับไปกินแห้วอีกแล้ว ถัดจากนั้นอีก 3 วันถึงได้เจอกันอีก ก็ได้แต่ถามสาระทุกข์สุขดิบทำเนียนเป็นเพื่อนไปซะงั้น อยากเดินเข้าไปบอกเหลือเกินว่า “รู้ไหมมีใครคนหนึ่งเฝ้าคอยคิดถึงอยู่ทุกวัน” เน่าซะไม่มีแต่มันก็เป็นเรื่องจริงนะ ไม่รู้ว่าเค้ามาอยู่ในความคิดผมได้ไงตลอดเวลาถึงขนาดนั่งยิ้มคนเดียว คิดในใจผมมันบ้าแน่ๆๆ พยายามถามตัวเอง ถามเพื่อน ว่าเราควรทำไงดี? เรื่องนี้มันคงยังไม่จบแค่นี้แน่ ลองสมมุติดูว่าถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับคุณ คุณจะทำไงต่อ เพราะเรื่องอย่างงี้ไม่เจอกับตัวคงไม่รู้......

edit @ 3 Aug 2009 11:05:12 by QKIWKIW